เมื่อผู้สูงอายุ “เสี่ยงหกล้ม” เรื่องใกล้ตัวที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนชีวิต
“ภาวะเสี่ยงหกล้ม” หมายถึง การที่ผู้สูงอายุมี สมดุลการทรงตัวลดลง จากหลายปัจจัย เช่น
- กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง หรือเดินช้า
- สายตาพร่ามัว หรือการมองเห็นลดลง
- เวียนหัว หน้ามืด จากโรคหัวใจหรือความดันโลหิต
- ใช้ยาหลายชนิด (polypharmacy) ที่ทำให้สมดุลเสีย
- บ้านไม่มีราวจับ หรือแสงสว่างไม่เพียงพอ
แม้บางคนจะยังเดินได้ดี แต่หากเริ่มมีอาการเหล่านี้ ควรรีบ “ประเมินความเสี่ยง” โดยนักกายภาพหรือนักกิจกรรมบำบัด
วิธี “ประเมินความเสี่ยงหกล้ม” เบื้องต้น
- ทดสอบการลุก–นั่ง (Chair Stand Test):
ให้ลุกจากเก้าอี้ 5 ครั้งโดยไม่ใช้มือ ถ้าทำได้ช้าเกิน 15 วินาที = กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง - ทดสอบการเดิน (Timed Up and Go Test):
ให้ลุก เดินไป 3 เมตร แล้วกลับมานั่ง ถ้าใช้เวลานานเกิน 12 วินาที แสดงว่าควบคุมการทรงตัวยังไม่ดี - ตรวจดูการมองเห็นและสมดุลการทรงตัว:
โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้แว่นสายตา หรือเคยมีประวัติมึนงง เวียนหัว
แนวทาง “ป้องกันการหกล้ม” ที่ทำได้ในบ้าน
- จัดแสงสว่างให้เพียงพอ โดยเฉพาะบริเวณบันไดและห้องน้ำ
- ติดราวจับและพื้นกันลื่น ในห้องน้ำและทางเดิน
- เก็บของให้เป็นระเบียบ ไม่วางสิ่งของเกะกะทางเดิน
- เลือกใช้รองเท้าที่พื้นยางนุ่ม กระชับเท้า
- ตรวจเช็กสุขภาพตาและหูเป็นประจำ
- ฝึกกล้ามเนื้อขาและการทรงตัว เช่น โยคะผู้สูงอายุ หรือฝึกยืนขาเดียว
โปรแกรม “ฟื้นฟูหลังหกล้ม” ที่ควรได้รับ
หากผู้สูงอายุหกล้มแล้ว ควรเข้ารับการประเมินโดย นักกายภาพบำบัด (Physiotherapist) เพื่อวางแผนฟื้นฟู เช่น
- กายภาพบำบัดกล้ามเนื้อขาและสะโพก
- ฝึกการทรงตัว (Balance Training)
- ฝึกเดินด้วยอุปกรณ์ช่วยเดิน เช่น Walker หรือไม้เท้า
- กิจกรรมบำบัด เพื่อเพิ่มความมั่นใจและความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน
ในบางกรณี เช่น กระดูกสะโพกหัก หรือมีโรคประจำตัวร่วมหลายโรค การฟื้นฟูควรทำภายใต้การดูแลของ ศูนย์ฟื้นฟูผู้สูงอายุ ที่มีทีมแพทย์ พยาบาล และนักบำบัดครบทีม
สรุป
“การหกล้ม” อาจเป็นเพียงไม่กี่วินาที แต่ผลกระทบอาจยาวนานหลายเดือน การดูแลให้ผู้สูงอายุ เดินมั่นคง ปลอดภัย และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุกก้าว คือสิ่งสำคัญที่สุด
หากเริ่มเห็นสัญญาณของความไม่มั่นคงในการเดิน หรือผู้สูงอายุในบ้านเคยหกล้มมาก่อน ควรรีบเข้ารับการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวางแผน “ฟื้นฟูและป้องกัน” อย่างเหมาะสมตั้งแต่วันนี้
