ธันวาคม 20, 201913/11/20251 โรคหลอดเลือดสมองโรคหลอดเลือดสมองจากรายงานผลการศึกษาภาวะโรคและบาดเจ็บของประชากรไทย พ.ศ. 2547 พบว่าโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับแรกของผู้หญิงไทยและคิดเป็น 15% ของการเสียชีวิต ในผู้ชายพบบ่อยเป็นอันดับสองรองมาจากโรคเอดส์และคิดเป็น 10% ของการเสียชีวิต นอกจากนี้ยังทำให้เกิดความพิการซึ่งมีผลต่อการทำงานและการดูแลตนเองคิดเป็นอันดับ 2 ในผู้หญิงและอันดับ 3 ในผู้ชายอุบัติการณ์การเกิดโรคหลอดเลือดสมองในคนไทยประมาณ 250 รายต่อประชากร 100,000 คน ซึ่งคำนวณได้ว่าน่าจะมีคนไทย เป็นโรคหลอดเลือดสมองปีละ 150,000 รายหรือคนไทยเป็นโรคนี้ 1 รายทุกๆ 4 นาที และเสียชีวิต 1 รายทุก 10 นาทีสาเหตุของโรคหลอดเลือดสมองโรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke เป็นโรคที่เกิดจากหลอดเลือดไปเลี้ยงสมองมีความผิดปกติซึ่งมี 2 ชนิด คือหลอดเลือดสมองอุดตันและหลอดเลือดสมองแตก ทำให้สมองหยุดทำงานไปอย่างเฉียบพลัน จากการที่สมองไม่มีเลือดไปเลี้ยงหรือมีเลือดออกแทรกทับในเนื้อสมอง70% ของโรคหลอดเลือดสมองเกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ซึ่งเกิดจากสาเหตุสำคัญ 3 ประการ1.การอุดตันของหลอดเลือดจากการเสื่อมหรือการแข็งตัวของหลอดเลือด2.ก้อนเลือดจากหัวใจ หรือตะกอนเลือด จากผนังหลอดเลือดแดงที่คอด้านหน้าหลุดเข้าอุดตันหลอดเลือดในสมอง3.ความดันเลือดลดลงมากจนไปเลี้ยงสมองไม่พออีก 30% เกิดจากหลอดเลือดในสมองแตก แบ่งได้เป็น 2 ชนิดเลือดออกในเนื้อสมอง (Intracerebral hemorrhage หรือ ICH) เลือดออกที่ผิวสมอง (Subarachnoid Hemorrhage หรือ SAH) การเสื่อมหรือการแข็งตัวของหลอดเลือด เป็นสาเหตุของหลอดเลือดอุดตันที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากการที่ผู้ป่วยมีปัจจัยเสี่ยงเช่น สูงอายุ ความดันเลือดสูง เบาหวาน สูบบุหรี่ หรือไขมันในเลือดสูง ผู้ป่วยบางรายอาจจะมีปัจจัยเสี่ยงอย่างเดียวหรือหลายอย่างในคนเดียวกันก็ได้หลอดเลือดของผู้ป่วยเหล่านี้จะค่อยๆ แข็งตัวและตีบลงเรื่อยๆ จากการที่มี ไขมัน ใยไฟบรินและแคลเซียมมาสะสมที่ผนังหลอดเลือด ที่เรียกว่า plaque เมื่อ plaque มีขนาดใหญ่ขึ้นจนเหลือช่องในหลอดเลือดเล็กลง จนเกิดการอุดตัน ทำให้ขาดเลือดไปเลี้ยงสมอง สมองหยุดทำงานและเกิดอาการของโรคหลอดเลือดสมองขึ้นอาการสำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง 3 อย่าง1.หน้าเบี้ยวหรือปากเบี้ยว (Face)2.แขนไม่มีแรง (Arm)3.พูดไม่ชัด พูดอ้อแอ้ หรือพูดไม่ออกเลย (Speedch)อาการทุกข้อเกิดขึ้นทันที อย่างเฉียบพลันเมื่อเกิดอาการใดอาการหนึ่งหรือเกิดหลายอาการในคนเดียวกัน ต้องไม่รอช้าให้รีบไปโรงพยาบาลทันที (Time)เมื่อนำคำหน้าในภาษาอังกฤษมาเรียงกันทำให้จำง่ายขึ้นคือ FASTการรักษาโรคหลอดเลือดสมองการรักษาโรคหลอดเลือดสมองขึ้นอยู่กับชนิดของโรคหลอดเลือดสมองซึ่งมีการรักษาแตกต่างกัน แต่มีการดูแลที่คล้ายกันดังนี้1.การดูแลด้านการพาบาลเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อน2.การดูแลด้านอาหาร น้ำและเกลือแร่3.การกายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัดและอรรถบำบัดในรายที่มีปัญหาการพูด4.การดูแลด้านจิตใจ5.การให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและญาติ6.การวางแผนการกลับบ้านการรักษาโรคหลอดเลือดสมองชนิดที่ขาดเลือด จากการอุดตันของหลอดเลือดหรือจากความดันเลือดต่ำ (AIS)1.การรักษาด้วยยา2.การรักษาโดยการผ่าตัดการรักษาผู้ป่วยโรคเลือดออกในเนื้อสมอง (ICH) และเลือดออกในโพรงน้ำสมอง (IVH)1.การป้องกันไม่ให้มีเลือดออกเพิ่ม2.การรักษาด้วยยา3.การรักษาโดยการผ่าตัดการรักษาผู้ป่วยโรคเลือดออกที่ผิวสมอง (SAH)1.การหาตำแหน่งจุดเลือดออก2.การป้องกันไม่ให้มีเลือดออกเพิ่ม3.การรักษาด้วยยาเพื่อป้องกันหลอดเลือดสมองหดตัว4.การรักษาโดยการผ่าตัด5.การรักษาโดยสอดใส่สายเข้าหลอดเลือดภาวะแทรกซ้อนของโรคหลอเลือดสมองมีการอุดตันของหลอดเลือดสมองหรือมีเลือดออกในสมอง ผู้ป่วยมักมีแขนขาอ่อนแรง เครื่องไหวไม่ได้ เดินหรือลุกนั่งไม่ได้ รับประทานของทุกอย่างทางปากไม่ได้ มักจะเกิดภาวะแทรกช้อนจากการเคลื่อนไหวหรือกลืนไม่ได้ตามมาดังนี้1.ปอดอักเสบ จากการกลืนลำบาก ทำให้มีการสำลักน้ำลายและเชื้อโรคในปากเข้าปอด ทำให้ปอดอักเสบ มักเกิดปลายสัปดาห์แรกของโรคเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของโรคแทรกช้อนที่พบได้บ่อยที่สุด2.ปัสสาวะไม่ออก จากการไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหว การเดิน การที่รับประทานอาหารและน้ำได้น้อย และผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มักมีปัญหาต่อมลูกหมากโตในผู้ชายหรือกระบังลมหย่อนในผู้หญิง3.ทางเดินปัสสาวะอักเสบ จากการปัสสาวะเองไม่ออก มีปัสสาวะค้างและทำให้มีเชื้อโรคสะสมในกระเพาะปัสสาวะ ต่อไปจะลุกลามไปที่ไตเกิดไตอักเสบมีไขหนาวสั่น ถ้าเชื้อโรคเข้ากระแสเลือดอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้4.ปวดไหล่และไหล่ติด พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่แขนอ่อนแรงหรืออัมพาต เกิดจากการอักเสบของเอ็นกล้ามเนื้อที่อยู่รอบหัวไหล่ การที่แขนไม่มีการเคลื่อนไหว และน้ำหนักแขนดึกให้แขนตกลง ทำให้เกิดภาวะไหล่ทรุด5.แผลกดทับ เกิดจากการนอนทับร่างกายบริเวณเดียวกันนานๆ (มักเกินกว่า 2 ชั่วโมง) ผิวหนังบริเวณนั้นจะตายและพุพองแตกออก มีเชื้อโรคเข้าไปในเนื้อบริเวณนั้น ต่อมามีการอักเสบ เนื้อตายเน่ากินลึกลงไปเรื่อยๆ การรักษาทำให้ได้ลำบากและหายช้ามาก แผลที่มีขนาดเท่าเหรียญสิบบาท อาจจะต้องใช้เวลารักษาถึง 2 เดือน6.หลอดเลือดดำที่ขาอุดตัน เมื่อขาขยับเคลื่อนไหวไม่ได้ การไหลเวียนของเลือดดำที่ขาช้าลง ทำให้เลือดกลายเป็นลิ่มอุดตันหลอดเลือดดำที่ขาได้ ทำให้ขาบวม อันตรายเกิดจากลิ่มเลือดหลุดเข้าหัวใจห้องขวาบน ไปยังห้องขวาล่างแล้วไปอุดหลอดเลือดแดงของปอด ทำให้เนื้อปอดตาย ผู้ป่วยจะมีอาการหอบเหนื่อยและอาจเสียชีวิตได้7.การหกล้ม เนื่องจากผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมีแขนขาอ่อนแรง เดินเซ ทรงตัวไม่ดี การเคลื่อนไหวช้า8.ภาวะท้องผูก จากการไม่ได้เคลื่อนไหวและรับประทานได้น้อย9.ภาวะเครียดและโรคซึมเศร้า เกิดจากการเจ็บป่วยอย่างเฉียบพลันโดยไม่ได้เตรียมใจมาก่อน ผู้ป่วยที่พูดไม่ได้หรือไม่เข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูด จะเกิดภาวะนี้ได้ง่ายกว่า10.สมองเสื่อม สมองที่เสียหายจากการขาดเลือดไปเลี้ยงหรือมีเลือดออก ทำให้ความสามารถของสมองลดลง ยิ่งถ้าเกิดการเสียหายซ้ำบ่อยครั้งจะทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะสมองเสื่อมได้การป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองการป้องกันการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ย่อมดีกว่าปล่อยให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดสมองหรือหลอดเลือดสมองแตกอย่างแน่นอน และเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ ผู้คนทั่วไปกลัวการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตอย่างยิ่ง แต่ไม่รู้จะป้องกันอย่างไร เฝ้าแต่กังวล บางคนทราบวิธีแต่ไม่สามารถปฏิบัติได้ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายยิ่งหลักการป้องกันที่สำคัญ คือ การค้นหาว่าตนเองมีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงต้องควบคุมดูแลไม่ให้มากจนเกินไป ถ้าไม่มีก็ควรจะหลีกเลี่ยงหรือปฏิบัติตัวไม่ให้มีปัจจัยเสี่ยง ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ดังนี้1.ความดันเลือดสูง คนปกติควรวัดความดันเลือดทุก 6 เดือน ค่าปกติไม่ควรเกิน 130/85 มม.ปรอท ถ้ายังไม่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง ควรรักษาน้ำหนักตัวไม่ให้มาก อย่ารับประทานอาหารเค็มจัด และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ถ้าเป็นโรคหลอดเลือดสมองแล้วควรปฏิบัติตัวเหมือนที่ยังไม่เป็นและรับประทานยาลดความดันเพื่อคุมความดันให้ต่ำกว่า 140/90 มม.ปรอท2.เบาหวาน คนปกติควรตรวจน้ำตาลในเลือดทุกๆ 1 ปีค่าน้ำตาลในเลือดปกติไม่ควรเกิน 126 มก./ดล. ถ้ายังไม่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง ควรรักษาน้ำหนักตัวไม่ให้มาก อย่ารับประทานอาหารหวานมาก และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ถ้าเป็นโรคหลอดเลือดสมองแล้วควรปฏิบัติตัวเหมือนที่ยังไม่เป็นและรับประทานยาหรือฉีดยาลดน้ำตาลให้คุมค่าน้ำตาลเฉลี่ย (HbA1C) ต่ำกว่า 7%3.ไขมันในเลือดสูง คนปกติควรได้ตรวจไขมันในเลือดทุก 1 ปี ค่าปกติของคลอเลสเตอลอลไม่ควรเกิน 200 มก./ดล. ถ้ายังไม่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาการมันๆ เช่นของทอด อาหารผัดมันๆ อาหารใส่กะทิ เครื่องในและหนังสัตว์ และควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ ถ้าเป็นโรคหลอดเลือดสมองแล้วควรปฏิบัติเหมือนที่ยังไม่เป็น และรับประทานยาลดไขมันในกลุ่มยาสแตติน4.บุหรี่ คนที่ไม่เคยสูบบุรี่ ก็ไม่ควรสูบ คนที่สูบอยู่แล้วต้องงดบุหรี่ ควรหยุดแบบเฉียบพลัน การค่อยๆ ลดลงมันจะกลับมาสูบใหม่ คนที่หยุดบุหรี่ 1 ปี โอกาสเสี่ยงเป็นโรคลดไป 50% และถ้าหยุดได้ 5 ปีโอกาสเกิดโรคจะเท่ากับคนที่ไม่ได้สูบบุหรี่5.โรคหัวใจเต้นพลิ้ว ตรวจพบได้โดยแพทย์เท่านั้น โดยขั้นแรกรู้จากการจับชีพจรพอทราบได้ว่าหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ ยืนยันด้วยการตรวจคลื่นหัวใจ ถ้ามีภาวะนี้ร่วมกับอายุที่มากกว่า 75 ปี เป็นความดันเลือดสูงหัวใจล้มเหลว เบาหวาน ควรได้ยาละลายลิ่มเลือดเพื่อป้องกันเลือดไม่ให้แข็งตัวในช่องหัวใจ6.เหล้าหรือเครื่องดื่มท่ามีแอลกอฮอลล์ การดื่มแอลกอฮอลล์เป็นปัจจัยเสี่ยงของหลอดเลือดแตกในสมองจึงควรงดและหยุดการดื่ม7.ปัจจัยอื่นๆ การควบคุมน้ำหนักและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อ่างน้อยครึ่งชั่วโมงต่อวัน เป็นจำนวน 4 วันต่อสัปดาห์ อย่าเอาแต่นั่งๆนอนๆ จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงเป็นโรคได้ถ้าไม่อยากตายหรือพิการจากโรคหลอดเลือดสมองควรทำอย่างไรท่านที่ไม่อยากพิการหรือเสียชีวิตจากโรคนี้ ควรทำสิ่งต่อไปนี้1.หาความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมอง2.ค้นหาปัจจัยเสี่ยงของตนเอง3.หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงหรือควบคุมปัจจัยเสี่ยงให้มีระดับใกล้เคียงปกติ4.เมื่อเป็นควรรีบไปโรงพยาบาลทันที ท่านอาจจะดีขึ้นอย่างรวดเร็วหลังได้ยาฉีดละลายลิ่มเลือด