วิธีเลือกศูนย์ดูแลผู้ป่วย ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุสำหรับคนในครอบครัวของคุณ

วิธีเลือกศูนย์ดูแลผู้ป่วย ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุสำหรับคนในครอบครัวของคุณ

เลือกศูนย์ดูแลผู้ป่วย ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุอย่างไรให้ตรงใจคุณ

เชื่อว่าทุกท่านล้วนอยากให้สมาชิกในครอบครัว หรือคนที่เรารักมีอายุยืนยาว มีสุขภาพดี และมีความสุขไปนาน ๆ แต่หากวันหนึ่งที่เกิดเหตุจำเป็นทำให้ผู้สูงอายุ หรือสมาชิกในครอบครัวคนใดคนหนึ่งกลายเป็นผู้ป่วย ที่มีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ก็อาจจะถึงเวลาที่สมาชิกในครอบครัวคนอื่น ๆ จำเป็นที่จะต้องตัดสินใจเลือกว่า จะใช้วิธีการดูแลเพิ่มเติมอย่างไรให้เหมาะสม ซึ่งปัญหาใหญ่ที่หลาย ๆ ครอบครัวต้องประสบก็คือ การไม่มีผู้ดูแลหรือไม่มีเวลาดูแลอย่างเพียงพอด้วยตนเอง เพราะมีงานประจำหรือภาระหน้าที่อย่างอื่นที่เลี่ยงไม่ได้เช่นกัน ตลอดจนบางครั้งผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่จำเป็นจะต้องได้รับการดูแลให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด หรือต้องมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางคอยดูแลด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาเหล่านี้นั้นสามารถคลี่คลายได้ โดยการเลือกใช้บริการจากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยหรือที่เรียกว่า เนอสซิ่งโฮม (Nursing Home) หรือการจ้างเจ้าหน้าที่เฉพาะทางมาดูแลที่บ้านโดยตรง โดยทั้ง 2 ทางเลือกนี้ก็มีประโยชน์และข้อได้เปรียบที่แตกต่างกัน ซึ่งหากคุณกำลังหาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบบริการเหล่านี้อยู่นั้น ในบทความนี้ที่ The Senior ซึ่งเป็นเนอสซิ่งโฮม ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และศูนย์ดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ตลอดโรคอื่น ๆ พร้อมที่จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักและเข้าใจความแตกต่างระหว่างบริการของเนอสซิ่งโฮม กับการจ้างคนมาเป็นผู้ดูแลที่บ้านโดยตรง รวมถึงวิธีการคัดสรรว่าจะเลือกใช้บริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เนอสซิ่งโฮมอย่างไรจึงจะสามารถไว้วางใจใช้บริการได้อย่างมั่นใจในด้านต่าง ๆ ไปติดตามรายละเอียดทั้งหมดกันได้เลย

ความแตกต่างระหว่างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วย (เนอสซิ่งโฮม) กับจ้างคนมาดูแลที่บ้านในด้านต่าง ๆ

1. ด้านความปลอดภัยในการดูแลผู้สูงอายุ ปัจจัยแรกและเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ที่สามารถใช้ในการตัดสินใจว่าจะเลือกใช้บริการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยในครอบครัวแบบใดก็คือ ทางเลือกด้านความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุอย่างถูกต้อง แน่นอนว่าการเลือกใช้บริการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หรือเนอสซิ่งโฮมนั้น จะค่อนข้างมีความได้เปรียบทางด้านความปลอดภัยในการดูแล เนื่องจากมีมาตรฐานในการดูแลและรักษาผู้สูงอายุและผู้ป่วยครบในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น การได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีการเอาใจใส่ทั้งในด้านความเป็นอยู่ต่าง ๆ เช่น มีการจัดกิจกรรมนันทนาการ การดูแลด้านยา อาหารและโภชนาการที่เหมาะสม และมีการจดบันทึกรายงานข้อมูลให้กราบครอบครัวได้ทราบ ซึ่งเรียกได้ว่าช่วยลดความกังวลใจให้กับครอบครัวของผู้ป่วยและผู้สูงอายุในด้านการดูแลปฏิบัติอย่างปลอดภัย และสำหรับวิธีการจ้างคนมาดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่บ้าน วิธีนี้ก็อาจจะมีความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยในบ้านที่มีความสามารถในการสื่อสารหรือช่วยเหลือตัวเองได้อยู่บ้าง ซึ่งการจ้างคนมาดูแลก็เพื่อช่วยเหลือและเติมเต็มความต้องการด้านต่างๆ ของผู้ป่วยและผู้สูงอายุได้ ซึ่งก็ต้องพิจารณาการว่าจ้างเจ้าหน้าที่ให้ถี่ถ้วน เพราะหากไม่ใช่ผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมหรือมีความถนัดเฉพาะด้าน ก็อาจจะทำให้การดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุไม่ปลอดภัย หรือมีปัญหาความเข้าใจไม่ตรงกันตามมาได้

2. ช่วงเวลาในการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ และการดูแลอย่างใกล้ชิด ในเบื้องต้นเนอสซิ่งโฮม หรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ตลอดจนการเป็นศูนย์ดูแลผู้ป่วยด้านต่าง ๆ เช่น ศูนย์ดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ฯลฯ นั้น ส่วนใหญ่จะมีทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่ได้รับการจัดสรรหน้าที่และผลัดเปลี่ยนเวร เพื่อมาคอยให้บริการและดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิดได้ตลอด 24 ชั่วโมง สลับกับการจัดกิจกรรมเพื่อคลายความเครียด การทำกายภาพบำบัดทั้งร่างกายและจิตใจอย่างเหมาะสม สำหรับการจ้างคนมาดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่บ้านนั้น ก็จะมีทั้งแบบที่มาอยู่ประจำและไปกลับ ขึ้นอยู่กับการตกลงทำสัญญากับนายจ้าง แม้จะมีความสะดวกที่ผู้ว่าจ้างไม่ต้องคอยรับส่งผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยออกจากบ้าน แต่ก็ค่อนข้างมีความเสี่ยงในกรณีที่คนที่มาดูแลอาจมีการขอลางาน อย่างกะทันหัน หรือหากมีเหตุให้ต้องออกจากงานก็จะสร้างภาระให้กับผู้ว่าจ้างในการหาคนมาแทนที่ ทำให้การดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยเกิดความไม่ต่อเนื่อง ซึ่งก็อาจต้องใช้เวลากว่าจะเจอคนที่ให้บริการดีและมีความรับผิดชอบด้วย

3. ความเหมาะสมและความปลอดภัยของสถานที่ แน่นอนว่าสถานที่ที่เหมาะสมในการดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ จะต้องสามารถอำนวยความสะดวก มีความปลอดภัยในการสัญจรและเคลื่อนย้ายในทุกจุด เผื่อในกรณีฉุกเฉินซึ่งสถานที่ที่ดีควรเป็นแบบ Universal Design หรือการออกแบบพื้นที่ใช้สอยที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เหมาะสมกับทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ คนพิการ หรือเด็กก็ตาม อย่างเช่น มีเส้นทางสำหรับรถเข็น หรือเข็นเตียงผ่านได้ หรือในห้องน้ำก็ต้องมีราวจับ และเป็นพื้นกันลื่น เป็นต้น โดยในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หรือเนอสซิ่งโฮมทั่วไปมักจะมีพื้นที่เป็นรูปแบบเหล่านี้พร้อมให้บริการอยู่แล้ว แต่ในกรณีที่ต้องการว่าจ้างผู้ดูแลมาที่บ้าน ก็อาจจะต้องมีการรีโนเวตปรับปรุงพื้นที่ในบ้านให้มีความสะดวกและเหมาะสมกับ/ ปลอดภัยต่อการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน

4. การดูแลโดยพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ/ การดูแลระดับสูงที่ต้องการการดูแลโดยพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวชี้วัดว่าควรเลือกใช้บริการใด ระหว่างการให้ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุได้รับการดูแลโดยเนอสซิ่งโฮม หรือสามารถว่าจ้างผู้ดูแลมาที่บ้านได้ เพราะถ้าหากผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่ต้องการได้รับความช่วยเหลือในระดับทั่วไป เช่น การป้อนอาหารและยา การดูดเสมหะ การทำกายภาพบำบัดเบื้องต้น การช่วยพลิกตัวผู้ป่วยติดเตียงและทำแผล หรือการทำกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ เป็นต้น ก็สามารถที่จะใช้บริการผู้ดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่บ้านได้ แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุจำเป็นจะต้องได้รับการดูแลในระดับที่สูงขึ้น เช่น ต้องมีการให้ยาโดยการฉีดยา การต้องสวนปัสสาวะแบบมีสายค้าง หรือการสอดท่ออาหาร เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะต้องทำโดยพยาบาลผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ซึ่งการพาผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุไปที่เนอร์สซิ่งโฮม ซึ่งเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ฯลฯ อาจจะตอบโจทย์ในการดูแลที่ปลอดภัยและอุ่นใจได้มากกว่า

5. ด้านค่าใช้จ่าย ในส่วนของค่าใช้จ่ายนั้น แม้ว่าการจ้างผู้ดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุให้มาดูแลถึงบ้าน อาจมีราคาเริ่มต้นที่ไม่แพงมากนัก รวมถึงสามารถประหยัดในส่วนของค่าสถานที่ แต่หากรวมค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ ที่มีเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นค่ าอาหาร ค่ายา อุปกรณ์ในการดูแลต่าง ๆ หรือในบางกรณีอาจมีตัวแปรอีกหลาย ๆ อย่างที่ทำให้ค่าใช้จ่ายมีความแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะรายละเอียดเกี่ยวกับโรคเฉพาะทางที่ต้องใช้ทั้งเครื่องมือและผู้เชี่ยวชาญในการดูแล ตลอดจนสถานที่ในการติดตั้งเครื่องมือเหล่านั้น ซึ่งจะมีราคาสูงมากหากซื้อมาติดตั้งที่บ้าน ดังนั้น หากพิจารณาแล้ว การใช้บริการรักษาพยาบาลหรือดูแลผู้สูงอายุ และผู้ป่วยที่เนอร์สซิ่งโฮม จะเป็นทางเลือกที่สะดวกและคุ้มค่ากว่า รวมถึงได้รับการบริการที่ดูแลเอาใจใส่ในทุกด้านอย่างครบครันอีกด้วย

วิธีเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง เนอสซิ่งโฮม สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยในครอบครัวของคุณ

1. มีการให้ข้อมูลเบื้องต้นอย่างชัดเจน ถูกต้อง ได้มาตรฐาน เชื่อถือและตรวจสอบได้ นอกจากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือเนอสซิ่งโฮมที่เลือกใช้บริการจะต้องมีใบประกอบการธุรกิจที่ถูกต้องและตรวจสอบได้แล้ว ก็ควรมีหน้าเว็บไซต์, โซเชียลมีเดีย, หรือช่องทางที่สามารถให้รายละเอียดเกี่ยวกับบริการทั้งหมด ที่ลูกค้าสามารถตรวจสอบก่อนใช้บริการได้ว่า ทางศูนย์มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทั้งทางการดูแลรักษา การฟื้นฟูบำบัด ความพร้อมของสถานที่และเครื่องมือต่าง ๆ ในการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยมากน้อยเพียงใด รวมถีงสามารถใช้รีวิวหรือประสบการณ์การใช้บริการจากลูกค้าก่อนหน้ามาประกอบการตัดสินใจด้วยได้

2. มีบริการที่ตอบโจทย์ สามารถดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี เนอสซิ่งโฮมที่ดีควรมีบริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์และทีมงานที่พร้อมให้บริการดูแลทั่วไป หรือบริการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเมื่อเกิดเหตุผิดปกติฉุกเฉินได้ทันที หรือการให้บริการเฉพาะทางกับผู้ป่วย เช่น ศูนย์ดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลและกายภาพบำบัดอย่างใกล้ชิด เป็นต้น รวมถึงด้านความเป็นอยู่ ทั้งอาหารการกินและมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ทำ ซึ่งจะสร้างความสบายใจและอบอุ่นใจให้กับผู้สูงอายุในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุอยู่ได้อย่างมีความสุข

3. มีค่าบริการที่เหมาะสมกับการดูแล ผู้ใช้บริการควรตรวจสอบถามการให้บริการของเนอสซิ่งโฮมก่อนตัดสินใจ ซึ่งทางศูนย์ก็ควรมีการแนะนำให้เหมาะสมตามภาวะของทางผู้สูงอายุหรือผู้ใช้บริการ และประมาณการค่าใช้จ่ายให้ทางญาติได้เบื้องต้น โดยศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และศูนย์ดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ที่ให้บริการอย่างดี มีมาตรฐาน ในราคาที่เหมาะสม และครอบคลุมต่อการดูแลอาการและภาวะของผู้สูงอายุ

4. สถานที่เอื้ออำนวยต่อการพักและรักษา บรรยากาศของสถานที่ที่เป็นเนอสซิ่งโฮม ก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่มีผลต่อจิตใจของผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ซึ่งควรเป็นสถานที่ที่มีความสะอาด สงบ มีการจัดตกแต่งให้ชวนผ่อนคลาย ไม่อับทึบหรือดูอุดอู้ (ไม่อับทึบหรือดูแออัด)รวมถึงสามารถเดินทางไปหรือกลับได้อย่างสะดวกด้วย

และขอแนะนำบริการจาก The Senior Health Care เราคือเนอสซิ่งโฮม ในรูปแบบของโรงพยาบาลผู้สูงอายุ และศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ซึ่งพร้อมให้บริการดูแลผู้สูงอายุทั้งระยะสั้นและระยะยาวในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ตลอดจนมีบริการดูแลผู้ป่วยจากโรคต่าง ๆ เช่น ศูนย์ดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยอัมพฤกษ์-อัมพาต ฟื้นฟูหลังผ่าตัด ผู้ป่วยจากภาวะพึ่งพิงและอื่น ๆ มั่นใจได้ด้วยประสบการณ์ในการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยมายาวนานกว่า 25 ปี พร้อมให้บริการด้วยทีมดูแล ทั้งแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ นักกายภาพบำบัดวิชาชีพ และบรรยากาศที่ สะอาด สบายและอบอุ่นใจ เราจึงพร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยดูแลคนสำคัญที่คุณรักให้มีสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้น

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
E-mail : seniortalk5@gmail.com

Leave a Reply

Your email address will not be published.